วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ประวัติ Boa นักร้องสาวที่ดังที่สุดในเกาหลีิ ค่ะ

ชื่อ : BoA โบอา ย่อมาจาก Beat of Angel
ชื่อจริง : Kwon Boa (ควอน โบอา)
ชื่อเล่น : Kkamshi
วันเกิด : 5 พฤศจิกายน 1986
ราศี : แมงป่อง
สถานที่เกิด : Kyungkido Goorisi , เกาหลีใต้
ส่วนสูง/น้ำหนัก : 160cm./42kg.ขนาดรองเท้า : 23.5 ซม.
กรุ๊ป เลือด : AB
ที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน : เกาหลีใต้
ภาษาที่พูดได้ : เกาหลี , ญี่ปุ่น , อังกฤษ
ศาสนา : คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก
งาน อดิเรก : ฟังเพลง , ร้องเพลง , เต้นรำ , ดูภาพยนตร์ , ปักครอสติช
ครอบ ครัว : พ่อ , แม่ , พี่ชาย 2 คน และ Sarah (ลูกแมว)
บุคลิก : ซนเหมือนเด็กผู้ชาย
ความฝันวัยเด็ก : นักร้อง
เข้าวงการ : 25 สิงหาคม 2000 (ตอนนั้นเธอมีอายุเพียงแค่ 13 ปี เท่านั้น)
การศึกษา : โรงเรียนปฐมศึกษา Yangjung , โรงเรียนมัธยมศึกษา Sahmyook , โรงเรียนมัธยมศึกษา K.K.F.S. (Korean Kent Foreign School)
วิธีผ่อน คลายความเครียด : เปิดเพลงแล้วเต้นตาม , ฟังเพลงเสียงดังๆ , ร้องเพลง , นอน , กิน , ช็อบปิ้ง , ดูหนัง
นักร้องที่ชอบ : Whitney Houston , Seo Tai-Ji , Jodeci , Kim Hyun-Jung , Kim Jo-Han , Nelly
แนว เพลงโปรด : Rap, Dance, Hip-Hop, R&B
เพลงโปรด : "Hot In Here" by Nelly & The Neptunes
หนังเรื่องโปรด : Men In Black 2 (Men In Black II, MIIB)
สีที่ชอบ : สีน้ำตาลอ่อน , สีเทา , สีดำ , สีขาว , สีทอง , สีน้ำตาล
ชายในฝัน : ใจดีและมีความรับผิดชอบ , ฉลาด , ตัวไม่สูงมาก
ูตัวการ์ตูนที่ชอบ : Winnie the Pooh
เครื่อง ดื่มที่ชอบ : Bubble Tea
น้ำหอมที่ชอบ : Samurai , NiNa Ricci
คำ ที่ชอบพูดติดปาก : ทำงานหนักเพื่อให้ไปถึงจุดหมายที่หวังไว้
งานวันเกิด ที่ดีที่สุด : เกิดขึ้นเมื่อปี 2000 ในปาร์ตี้ร่วมกับแฟนคลับของเธอ
คน ที่เธอโทรหาบ่อยที่สุด : เพื่อนของเธอ
สิ่งที่สำคัญที่สุดในห้องนอน : ตู้เสื้อผ้า
เพลงในอัลบั้มที่ชอบมากที่สุด : No.1
สิ่ง ที่เธออยากทำให้แฟนเพลง : จัดมีทติ้งแฟนคลับ BoA
เวลาที่เธออยากขอบคุณ แฟนๆมากที่สุด : เวลาที่แฟนเพลงของเธอรอเวลาที่ได้มาพบเธอ
เวลาที่เธอ อยากขอโทษแฟนๆมากที่สุด : เวลาที่เธอปล่อยให้แฟนเพลงรอคอยนานๆ
บุคคลที่ เธอนับถือ : คุณแม่
จุดเด่นของตัวเธอ : ตา , จมูก และ ริมฝีปาก
สถาน ที่ที่เธอไปบ่อยที่สุด : ร้านเสริมสวยใกล้ๆ บ้าน
สไตล์การแต่งตัว : ออกแนวฮิปฮอป หรือแล้วแต่อารมณ์ในช่วงนั้นๆ
สิ่งที่เธอคิดเวลาเห็นเด็กๆ ใส่ชุดนักเรียนอยู่รอบๆตัวเธอ : อ่าา , ฉันอยากจะไปโรงเรียนบ้างแล้วล่ะ
สิ่ง แรกที่คุณต้องมีในกระเป๋า : โทรศัพท์มือถือ
สิ่งที่เธอจำได้ไม่ค่อยดี นัก : คือชื่อคน…
สถานที่ที่เธออยากไปฮันนีมูน : ฮาวาย
สิ่งที่เธอ มักจะผิดสัญญา : ฉันจะโทรกลับไปหาทีหลังนะ

ใน โอกาสนี้เลยเอาภาพมาให้ดูด้วยเลย 1 ภาพ อิอิ

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

รักแรก ลืมยากจริงเหรอ

มีหลายคนเคยบอกว่า... รักครั้งแรกนั้นลืมยาก เพราะมันคือความรู้สึกพิเศษบางอย่างครั้งแรก ที่ได้รู้สึกกับใครสักคนเป็นคนแรก


แม้ความรักจะทำให้โลกสดใส แต่... ความรักก็ทำให้เราปวดใจ (แทบตาย) ได้เหมือนกัน ยิ่งเป็น "รักครั้งแรก" ที่ต้องเจอกับ "ความผิดหวัง" แผลเป็นในใจครั้งนั้น ก็พร้อมจะเกิดการอักเสบขึ้นได้ทุกเมื่อ เมื่อมีอะไรไปสะกิดรอยแผล (ใจ) ให้เจ็บจี๊ด

หลายคนที่เคยเจ็บปวดกับ "รักแรก" มักรอให้เวลาช่วยบรรเทารอยแผลในใจ แต่อย่าลืมว่า... เวลาไม่ช่วยอะไร หากใจมันไม่ยอมลืม...

แล้วคุณล่ะ... ลืมรักครั้งแรกไปหรือยัง?

ขอโทษประเทศไทย โดนแบนคุณคิดอย่างไร

กลายเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปแล้ว หลังภาพยนตร์โฆษณาชุด "ขอโทษประเทศไทย" ที่สร้างมาจากแรงใจของพี่ ๆ น้อง ๆ เครือข่ายพลังบวก ถูกคณะกรรมการเซ็นเซอร์สั่งห้ามนำแพร่ภาพทางฟรีทีวี เนื่องด้วยเป็นประเด็นที่เข้มข้นเกินไป เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง (ความเห็นจากคณะกรรมการ)


โดยตามสังคม Social Media ทั้งทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค ได้โพสต์ข้อความไม่เห็นด้วยที่มีการแบนโฆษณาดังกล่าว หลายคนมองว่าหากโฆษณาชุดนี้โดนแบนแล้วเรายังจะเป็นประชาธิปไตยอยู่หรือเปล่า และอยากให้คนที่แบนออกมาชี้แจงเหตุผลถึงสาเหตุในการแบนด้วย

ขณะที่เครือข่ายพลังบวก กล่าวว่า ได้ร่วมกันสร้างภาพยนตร์โฆษณาขอโทษประเทศไทยก็หวังว่าจะเป็นแรงกำลังขับเคลื่อนให้สังคมไทยได้สู้ต่อไป ก้าวต่อไปข้างหน้า และอยากให้มีการนำภาพยนตร์โฆษณาปลุกพลังบวกชิ้นนี้ออกอากาศในเวลาที่เหมาะสม เพื่อไปสู่สายตาคนไทยทั้งประเทศแต่ก็มาโดนแบนเสียก่อน

สำหรับภาพยนตร์โฆษณาชุด "ขอโทษประเทศไทย" ถูกฉายรอบปฐมฤกษ์บนจอใหญ่ในค่ำคืนที่ 16 มิ.ย. ในงาน Ignite Thailand++ ณ ลุมพินีสถาน โดยหลังมีการฉายภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวแล้วก็ได้รับเสียงปรบมืออย่างท่วมท้นจากคนในงาน . . . ความรู้สึกของหลายคน ๆ บอกขนลุก อึ้ง! บางคนร้องไห้ . . . และอยากให้คนไทยได้ดูภาพยนตร์โฆษณาชุด "ขอโทษประเทศไทย" พร้อม ๆ กัน เพื่อจะได้เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไป แต่เมื่อรู้ข่าวว่าภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวโดนแบน ก็ทำเอาหลายคนไม่เห็นด้วยเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดวันนี้ (19 ก.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีที่คณะกรรมการเซ็นเซอร์ซึ่งมาจากตัวแทนโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ มีคำสั่งไม่ให้นำภาพยนตร์โฆษณาชุด "ขอโทษประเทศไทย" ออกอากาศทางโทรทัศน์ ว่า เข้าใจเจตนาที่ดีของผู้จัดทำว่าต้องการที่จะกระตุ้นเตือนคนไทยให้ร่วมกันมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน และผลักดันประเทศไทยต่อไปให้ได้

นายกฯ กล่าวต่อว่า คณะกรรมเซ็นเซอร์คงทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ตนก็ยังไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ให้โฆษณาชุดนี้ถูกนำมาออกอากาศ และเรื่องนี้คงต้องให้คณะกรรมการดังกล่าวออกมาชี้แจงความคิดของตัวเองก่อน รวมถึงน่าจะลองนำภาพยนตร์โฆษณาขอโทษประเทศไทยไปทบทวนดูอีกครั้ง ทั้งนี้รัฐจะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงาน ทั้งหมดแล้วแต่ดุลพินิจของคณะกรรมการฯ

ทั้งนี้ โฆษณา "ขอโทษประเทศไทย" ได้ใช้ภาพในเหตุการณ์นองเลือดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งภาพการชุมนุมของคนเสื้อแดง ภาพการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรที่ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ การปะทะกันระหว่างทหารและกลุ่มคนเสื้อแดง ภาพของไอ้โม่งชุดดำ ภาพตึกและอาคารต่าง ๆ ที่ถูกไฟไหม้จนวอด


ส่วนเนื้อหาของโฆษณาขอโทษประเทศไทย มีคำพูดแทรกว่า "เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่า ... รุนแรงไปหรือเปล่า ... ฟังความข้างเดียวหรือเปล่า ... ทำหน้าที่ของตัวเองหรือเปล่า...คิดถึงประชาชนหรือเปล่า ... โกงหรือเปล่า ... เอาเปรียบหรือเปล่า ... ให้ปัญญาประชาชนหรือเปล่า ... เสื่อมหรือเปล่า ... รักเงินมากกว่าความถูกต้องหรือเปล่า ... แล้วรอการช่วยเหลืออย่างเดียวหรือเปล่า ... ถ้าจะต้องมีคนผิด ... ก็คงเป็นเราทั้งหมดที่ผิด ... ขอโทษประเทศไทย ... แล้วถ้าจะต้องแก้ไข ก็คงต้องเป็นเราคนไทยที่ลุกขึ้นมาแก้ ... จดจำความสูญเสียไว้ในใจ ... แล้วเปลี่ยนให้เป็นพลังบวก"

เคยแอบรักรุ่นพี่กันไหมจ๊ะ

 สาวน้อยวัยใสเคยเป็นอย่างนี้กันไหมจ๊ะ เดิน ๆ อยู่ในโรงเรียน เกิดไปจ๊ะเอ๋ "รุ่นพี่" หนุ่มฮอตประจำโรงเรียน หรือว่าจะเป็นเดือนมหาวิทยาลัย จนสะดุดตกหลุมรักปิ๊งปั๊งเข้าอย่างจังเบ้อเร่อ!!!

ก็แหม...ถ้า "รุ่นพี่" คนนั้น ฮอตเสียขนาดนั้น ย่อมครบถ้วนไปด้วยคุณสมบัติ ทั้งหล่อ เท่ เก๋ กู้ด มาดแมน เก่งกีฬา (บางคนรวยอีกต่างหาก 555) รวมสเปกสาว ๆ มาไว้ในคนเดียว ใครล่ะจะไม่มอง

แม้จะรู้ดีว่า "ศัตรูหัวใจ" จะมีมากมายแค่ไหน แต่แน่นอน ใครล่ะจะยอมแพ้ สาว ๆ หลายคนจึงแอบตามสืบกันจ้าละหวั่น ไม่ว่าเขาชอบอะไร ทำอะไร บ้านอยู่ที่ไหน ขอเพียงเอาตัวเข้าไปใกล้ ๆ ให้ใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ก็ยอมแล้วชิมิ


     ว่าแล้วก็มาแชร์ประสบการณ์กันหน่อยดีไหมจ๊ะ ว่าใครมีเรื่องราวแสบ ๆ หวาน ๆ ซึ้ง ๆ ในการแอบรักรุ่นพี่มาเล่าสู่กันบ้าง หรือใครมีเทคนิคเด็ดอย่างไรมามัดใจรุ่นพี่ให้อยู่หมัด ก็บอกเพื่อน ๆ มาหน่อยเร็ว....

ลมโบก ธงไหว จิตใจกระเพื่อม

    เช้านี้ ผมลืมตาขึ้นมาพร้อมด้วยนิทานเซ็นเรื่องหนึ่ง

เป็นเรื่องของพระสองรูปที่มองดูธงที่ปลิวสะบัดตามลม แล้วก็เถียงกัน

ว่าอะไรกันแน่ที่เคลื่อนไหว รูปหนึ่งก็ว่าผืนธง อีกรูปก็เถียงว่า ลมต่างหาก

เถียงกันอยู่นาน ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลที่อีกฝ่ายหักล้างไม่ได้

เลยไปให้อาจารย์ตัดสิน ว่าใครผิดใครถูก

อาจารย์นั่งฟังเรื่องที่เถียงกันแล้วก็พูดประโยคเดียวว่า

"ธงก็ไม่ได้ไหว ลมก็ไม่ได้ไหว ใจของพวกเธอต่างหากที่สั่นไหว"

นิทานเรื่องนี้ ผมเคยคิดว่าผมเข้าใจ แต่จริง ๆ แล้ว

ผมเพิ่งรู้สึกว่าผมเข้าถึงมัน ไม่นานมานี้เอง

หรือที่จริงต้องพูดว่า เข้าถึงมากขึ้น เพราะอีกสิบปีอาจจะเข้าถึงมากกว่านี้

เขียนมาเท่านี้ หลายคนก็พอเดาออกว่าผมจะพูดเรื่องอะไร

เมื่อคืนนี้ ไปเห็นสิ่งที่เพื่อนคนหนึ่งเขียนเรื่องหนึ่งแล้วมีคนมาตอบ

คนที่มาตอบ ก็มีทั้งแดง ชมพู เหลือง ขาว เทา น้ำเงิน

วันนี้ผมจะไม่บอกว่าใครผิด ใครถูก

แต่จะบอกว่า ผมนั่งอ่านด้วยความเพลิดเพลิน

เพราะอ่านไปแล้วก็เห็นใจตัวเองกระเพื่อม ๆๆๆๆ

เวลาอ่านข้อความไหน แล้วไม่ตรงกับเรา โทสะความขัดใจก็เกิด

อ่านข้อความไหน เขียนถูกใจเรา ราคะความพอใจก็เกิด

อ่านจบแล้วอยากเขียนของเราบ้าง โลภะก็เกิด

เรื่องทั้งหลายในโลก ทั้งความปรองดอง ความขัดแย้ง

มันเริ่มต้นที่จิตใจของพวกเรานี่แหละ

ตอนผมไปประชุมที่ลิสบอน มีคนจากมอสโคว์มาคนนึงชื่อคุณนิโคไล

วันสุดท้ายเขาจัดไปเที่ยวสนามฟุตบอลเบนฟิก้า

อุณหภูมิตอนนั้นประมาณ 10 องศา เซลเซียส กำลังหนาวพอสั่น

ผมใส่เสื้อสองชั้น เอาเสื้อหนาวทับอีกที

แต่พ่อนิโคไล แกใส่เสื้อยืดตัวเดียว แล้วเอาโอเวอร์โค้ตทับหลวม ๆ

ไม่ติดกระดุมด้วยนะ เดินอาด ๆๆๆ ผมเลยทักแกว่า อากาศแบบนี้ชินแล้วสิ

แกตอบกลับมาว่า "ก็ไม่เชิงชินอ่ะ เพราะที่มอสโคว์มัน -10 แต่ที่นี่มัน 10 องศา"

เอางั้นเลยนะ พ่อคุณ

สำหรับเรานี่ 10 องศา เรียกว่าหนาว แต่สำหรับคนยุโรปตอนเหนือ เขาว่าอุ่น

ฉะนั้น เวลาพูดเรื่องการเมืองก็เหมือนกัน อย่าเอามาตรฐานเอาความคิดของเรา

ไปใช้วัดความคิด ความอ่านของคนอื่น

ไม่ได้ ว่าทำแบบนั้นผิดนะ แต่จะบอกว่า ทำแบบนั้น เราจะทุกข์เอง

อากาศร้อนหรือเย็นมันเรื่องหนึ่ง แต่ใจเราร้อนหรือเย็น ก็อีกเรื่อง



เพราะอย่างที่บอก จะเป็นธง หรือเป็นลม ที่สั่นไหว ก็ไม่สำคัญ


สำคัญที่ว่า ใจเรามันกระเพื่อมอยู่ เรามีสติรู้ทันใจตัวเองหรือยัง

ประสบการณ์แย่ ๆ บนรถตู้ เคยมีกันไหม

      เป็นข่าวครึกโครม และมีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ สำหรับกรณีคนขับรถตู้หื่น หลอกลวงผู้โดยสารไปข่มขืน ขณะที่บางรายก็ทำร้ายผู้โดยสารเพื่อขโมยทรัพย์สิน


เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นเกือบทุกวัน แต่อาจจะมีจำนวนน้อยครั้งมากที่จะเป็นข่าว หรือแจ้งความ เนื่องจากผู้โดยสารบางรายอาจจะอายไม่กล้าแจ้งความ หรือเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น รถตู้บางคัน อาจจะไม่ถึงกับทำร้าย หรือลงมือข่มขืนผู้โดยสาร แต่อาจจะเอาเปรียบผู้โดยสาร โดยไล่ลงรถกลางถนนบ้างล่ะ เก็บค่าโดยสารเกินราคา ไม่จอดป้ายรถเมล์ หรือพูดจากับผู้โดยสารไม่สุภาพ เป็นต้น

ว่าแต่เพื่อน ๆ ละคะ เคยนั่งรถตู้และเคยเจอเหตุการณ์แย่ ๆ ในการนั่งรถตู้กันบ้างไหมเอ่ย มาร่วมแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อน ๆ ได้ฟังกันดีกว่าค่ะ

มนต์เสน่ห์แหลมแท่น แสนมหัศจรรย์อาหารทะเล 2553



มนต์เสน่ห์แหลมแท่น แสนมหัศจรรย์อาหารทะเล 2553 (ททท.)



   เทศบาลเมืองแสนสุข จัด "มนต์เสน่ห์แหลมแท่น แสนมหัศจรรย์ อาหารทะเล ปี 2553" งานเทศกาลอาหารทะเลครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี ระหว่างวันที่ 27-28 สิงหาคม 2553 ณ บริเวณลานเอนกประสงค์แหลมแท่น ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ตลอด 2 วัน 2 คืน


โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ภายใต้คอนเซป ความสนุกสนาน ตื่นตา ตื่นใจ ไปกับปรากฎการณ์ความสด…สด…สด เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว การกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนได้ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ภายในงานจะพบกับกิจกรรมสนุกสนานมากมาย หลากหลายสีสัน ในบรรยากาศริมชายทะเล พร้อมอิ่มอร่อยไปกับอาหารทะเลจากร้านค้าชื่อดังกว่า 100 ร้าน และพบคอนเสิร์ตหลากหลายแนวจากศิลปินชื่อดังค่ายแกรมมี่ งานนี้เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลนครแสนสุข โทร. 0 3819 3520