วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ประวัติ Boa นักร้องสาวที่ดังที่สุดในเกาหลีิ ค่ะ

ชื่อ : BoA โบอา ย่อมาจาก Beat of Angel
ชื่อจริง : Kwon Boa (ควอน โบอา)
ชื่อเล่น : Kkamshi
วันเกิด : 5 พฤศจิกายน 1986
ราศี : แมงป่อง
สถานที่เกิด : Kyungkido Goorisi , เกาหลีใต้
ส่วนสูง/น้ำหนัก : 160cm./42kg.ขนาดรองเท้า : 23.5 ซม.
กรุ๊ป เลือด : AB
ที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน : เกาหลีใต้
ภาษาที่พูดได้ : เกาหลี , ญี่ปุ่น , อังกฤษ
ศาสนา : คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก
งาน อดิเรก : ฟังเพลง , ร้องเพลง , เต้นรำ , ดูภาพยนตร์ , ปักครอสติช
ครอบ ครัว : พ่อ , แม่ , พี่ชาย 2 คน และ Sarah (ลูกแมว)
บุคลิก : ซนเหมือนเด็กผู้ชาย
ความฝันวัยเด็ก : นักร้อง
เข้าวงการ : 25 สิงหาคม 2000 (ตอนนั้นเธอมีอายุเพียงแค่ 13 ปี เท่านั้น)
การศึกษา : โรงเรียนปฐมศึกษา Yangjung , โรงเรียนมัธยมศึกษา Sahmyook , โรงเรียนมัธยมศึกษา K.K.F.S. (Korean Kent Foreign School)
วิธีผ่อน คลายความเครียด : เปิดเพลงแล้วเต้นตาม , ฟังเพลงเสียงดังๆ , ร้องเพลง , นอน , กิน , ช็อบปิ้ง , ดูหนัง
นักร้องที่ชอบ : Whitney Houston , Seo Tai-Ji , Jodeci , Kim Hyun-Jung , Kim Jo-Han , Nelly
แนว เพลงโปรด : Rap, Dance, Hip-Hop, R&B
เพลงโปรด : "Hot In Here" by Nelly & The Neptunes
หนังเรื่องโปรด : Men In Black 2 (Men In Black II, MIIB)
สีที่ชอบ : สีน้ำตาลอ่อน , สีเทา , สีดำ , สีขาว , สีทอง , สีน้ำตาล
ชายในฝัน : ใจดีและมีความรับผิดชอบ , ฉลาด , ตัวไม่สูงมาก
ูตัวการ์ตูนที่ชอบ : Winnie the Pooh
เครื่อง ดื่มที่ชอบ : Bubble Tea
น้ำหอมที่ชอบ : Samurai , NiNa Ricci
คำ ที่ชอบพูดติดปาก : ทำงานหนักเพื่อให้ไปถึงจุดหมายที่หวังไว้
งานวันเกิด ที่ดีที่สุด : เกิดขึ้นเมื่อปี 2000 ในปาร์ตี้ร่วมกับแฟนคลับของเธอ
คน ที่เธอโทรหาบ่อยที่สุด : เพื่อนของเธอ
สิ่งที่สำคัญที่สุดในห้องนอน : ตู้เสื้อผ้า
เพลงในอัลบั้มที่ชอบมากที่สุด : No.1
สิ่ง ที่เธออยากทำให้แฟนเพลง : จัดมีทติ้งแฟนคลับ BoA
เวลาที่เธออยากขอบคุณ แฟนๆมากที่สุด : เวลาที่แฟนเพลงของเธอรอเวลาที่ได้มาพบเธอ
เวลาที่เธอ อยากขอโทษแฟนๆมากที่สุด : เวลาที่เธอปล่อยให้แฟนเพลงรอคอยนานๆ
บุคคลที่ เธอนับถือ : คุณแม่
จุดเด่นของตัวเธอ : ตา , จมูก และ ริมฝีปาก
สถาน ที่ที่เธอไปบ่อยที่สุด : ร้านเสริมสวยใกล้ๆ บ้าน
สไตล์การแต่งตัว : ออกแนวฮิปฮอป หรือแล้วแต่อารมณ์ในช่วงนั้นๆ
สิ่งที่เธอคิดเวลาเห็นเด็กๆ ใส่ชุดนักเรียนอยู่รอบๆตัวเธอ : อ่าา , ฉันอยากจะไปโรงเรียนบ้างแล้วล่ะ
สิ่ง แรกที่คุณต้องมีในกระเป๋า : โทรศัพท์มือถือ
สิ่งที่เธอจำได้ไม่ค่อยดี นัก : คือชื่อคน…
สถานที่ที่เธออยากไปฮันนีมูน : ฮาวาย
สิ่งที่เธอ มักจะผิดสัญญา : ฉันจะโทรกลับไปหาทีหลังนะ

ใน โอกาสนี้เลยเอาภาพมาให้ดูด้วยเลย 1 ภาพ อิอิ

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

รักแรก ลืมยากจริงเหรอ

มีหลายคนเคยบอกว่า... รักครั้งแรกนั้นลืมยาก เพราะมันคือความรู้สึกพิเศษบางอย่างครั้งแรก ที่ได้รู้สึกกับใครสักคนเป็นคนแรก


แม้ความรักจะทำให้โลกสดใส แต่... ความรักก็ทำให้เราปวดใจ (แทบตาย) ได้เหมือนกัน ยิ่งเป็น "รักครั้งแรก" ที่ต้องเจอกับ "ความผิดหวัง" แผลเป็นในใจครั้งนั้น ก็พร้อมจะเกิดการอักเสบขึ้นได้ทุกเมื่อ เมื่อมีอะไรไปสะกิดรอยแผล (ใจ) ให้เจ็บจี๊ด

หลายคนที่เคยเจ็บปวดกับ "รักแรก" มักรอให้เวลาช่วยบรรเทารอยแผลในใจ แต่อย่าลืมว่า... เวลาไม่ช่วยอะไร หากใจมันไม่ยอมลืม...

แล้วคุณล่ะ... ลืมรักครั้งแรกไปหรือยัง?

ขอโทษประเทศไทย โดนแบนคุณคิดอย่างไร

กลายเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปแล้ว หลังภาพยนตร์โฆษณาชุด "ขอโทษประเทศไทย" ที่สร้างมาจากแรงใจของพี่ ๆ น้อง ๆ เครือข่ายพลังบวก ถูกคณะกรรมการเซ็นเซอร์สั่งห้ามนำแพร่ภาพทางฟรีทีวี เนื่องด้วยเป็นประเด็นที่เข้มข้นเกินไป เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง (ความเห็นจากคณะกรรมการ)


โดยตามสังคม Social Media ทั้งทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค ได้โพสต์ข้อความไม่เห็นด้วยที่มีการแบนโฆษณาดังกล่าว หลายคนมองว่าหากโฆษณาชุดนี้โดนแบนแล้วเรายังจะเป็นประชาธิปไตยอยู่หรือเปล่า และอยากให้คนที่แบนออกมาชี้แจงเหตุผลถึงสาเหตุในการแบนด้วย

ขณะที่เครือข่ายพลังบวก กล่าวว่า ได้ร่วมกันสร้างภาพยนตร์โฆษณาขอโทษประเทศไทยก็หวังว่าจะเป็นแรงกำลังขับเคลื่อนให้สังคมไทยได้สู้ต่อไป ก้าวต่อไปข้างหน้า และอยากให้มีการนำภาพยนตร์โฆษณาปลุกพลังบวกชิ้นนี้ออกอากาศในเวลาที่เหมาะสม เพื่อไปสู่สายตาคนไทยทั้งประเทศแต่ก็มาโดนแบนเสียก่อน

สำหรับภาพยนตร์โฆษณาชุด "ขอโทษประเทศไทย" ถูกฉายรอบปฐมฤกษ์บนจอใหญ่ในค่ำคืนที่ 16 มิ.ย. ในงาน Ignite Thailand++ ณ ลุมพินีสถาน โดยหลังมีการฉายภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวแล้วก็ได้รับเสียงปรบมืออย่างท่วมท้นจากคนในงาน . . . ความรู้สึกของหลายคน ๆ บอกขนลุก อึ้ง! บางคนร้องไห้ . . . และอยากให้คนไทยได้ดูภาพยนตร์โฆษณาชุด "ขอโทษประเทศไทย" พร้อม ๆ กัน เพื่อจะได้เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไป แต่เมื่อรู้ข่าวว่าภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวโดนแบน ก็ทำเอาหลายคนไม่เห็นด้วยเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดวันนี้ (19 ก.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีที่คณะกรรมการเซ็นเซอร์ซึ่งมาจากตัวแทนโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ มีคำสั่งไม่ให้นำภาพยนตร์โฆษณาชุด "ขอโทษประเทศไทย" ออกอากาศทางโทรทัศน์ ว่า เข้าใจเจตนาที่ดีของผู้จัดทำว่าต้องการที่จะกระตุ้นเตือนคนไทยให้ร่วมกันมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน และผลักดันประเทศไทยต่อไปให้ได้

นายกฯ กล่าวต่อว่า คณะกรรมเซ็นเซอร์คงทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ตนก็ยังไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ให้โฆษณาชุดนี้ถูกนำมาออกอากาศ และเรื่องนี้คงต้องให้คณะกรรมการดังกล่าวออกมาชี้แจงความคิดของตัวเองก่อน รวมถึงน่าจะลองนำภาพยนตร์โฆษณาขอโทษประเทศไทยไปทบทวนดูอีกครั้ง ทั้งนี้รัฐจะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงาน ทั้งหมดแล้วแต่ดุลพินิจของคณะกรรมการฯ

ทั้งนี้ โฆษณา "ขอโทษประเทศไทย" ได้ใช้ภาพในเหตุการณ์นองเลือดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งภาพการชุมนุมของคนเสื้อแดง ภาพการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรที่ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ การปะทะกันระหว่างทหารและกลุ่มคนเสื้อแดง ภาพของไอ้โม่งชุดดำ ภาพตึกและอาคารต่าง ๆ ที่ถูกไฟไหม้จนวอด


ส่วนเนื้อหาของโฆษณาขอโทษประเทศไทย มีคำพูดแทรกว่า "เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่า ... รุนแรงไปหรือเปล่า ... ฟังความข้างเดียวหรือเปล่า ... ทำหน้าที่ของตัวเองหรือเปล่า...คิดถึงประชาชนหรือเปล่า ... โกงหรือเปล่า ... เอาเปรียบหรือเปล่า ... ให้ปัญญาประชาชนหรือเปล่า ... เสื่อมหรือเปล่า ... รักเงินมากกว่าความถูกต้องหรือเปล่า ... แล้วรอการช่วยเหลืออย่างเดียวหรือเปล่า ... ถ้าจะต้องมีคนผิด ... ก็คงเป็นเราทั้งหมดที่ผิด ... ขอโทษประเทศไทย ... แล้วถ้าจะต้องแก้ไข ก็คงต้องเป็นเราคนไทยที่ลุกขึ้นมาแก้ ... จดจำความสูญเสียไว้ในใจ ... แล้วเปลี่ยนให้เป็นพลังบวก"

เคยแอบรักรุ่นพี่กันไหมจ๊ะ

 สาวน้อยวัยใสเคยเป็นอย่างนี้กันไหมจ๊ะ เดิน ๆ อยู่ในโรงเรียน เกิดไปจ๊ะเอ๋ "รุ่นพี่" หนุ่มฮอตประจำโรงเรียน หรือว่าจะเป็นเดือนมหาวิทยาลัย จนสะดุดตกหลุมรักปิ๊งปั๊งเข้าอย่างจังเบ้อเร่อ!!!

ก็แหม...ถ้า "รุ่นพี่" คนนั้น ฮอตเสียขนาดนั้น ย่อมครบถ้วนไปด้วยคุณสมบัติ ทั้งหล่อ เท่ เก๋ กู้ด มาดแมน เก่งกีฬา (บางคนรวยอีกต่างหาก 555) รวมสเปกสาว ๆ มาไว้ในคนเดียว ใครล่ะจะไม่มอง

แม้จะรู้ดีว่า "ศัตรูหัวใจ" จะมีมากมายแค่ไหน แต่แน่นอน ใครล่ะจะยอมแพ้ สาว ๆ หลายคนจึงแอบตามสืบกันจ้าละหวั่น ไม่ว่าเขาชอบอะไร ทำอะไร บ้านอยู่ที่ไหน ขอเพียงเอาตัวเข้าไปใกล้ ๆ ให้ใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ก็ยอมแล้วชิมิ


     ว่าแล้วก็มาแชร์ประสบการณ์กันหน่อยดีไหมจ๊ะ ว่าใครมีเรื่องราวแสบ ๆ หวาน ๆ ซึ้ง ๆ ในการแอบรักรุ่นพี่มาเล่าสู่กันบ้าง หรือใครมีเทคนิคเด็ดอย่างไรมามัดใจรุ่นพี่ให้อยู่หมัด ก็บอกเพื่อน ๆ มาหน่อยเร็ว....

ลมโบก ธงไหว จิตใจกระเพื่อม

    เช้านี้ ผมลืมตาขึ้นมาพร้อมด้วยนิทานเซ็นเรื่องหนึ่ง

เป็นเรื่องของพระสองรูปที่มองดูธงที่ปลิวสะบัดตามลม แล้วก็เถียงกัน

ว่าอะไรกันแน่ที่เคลื่อนไหว รูปหนึ่งก็ว่าผืนธง อีกรูปก็เถียงว่า ลมต่างหาก

เถียงกันอยู่นาน ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลที่อีกฝ่ายหักล้างไม่ได้

เลยไปให้อาจารย์ตัดสิน ว่าใครผิดใครถูก

อาจารย์นั่งฟังเรื่องที่เถียงกันแล้วก็พูดประโยคเดียวว่า

"ธงก็ไม่ได้ไหว ลมก็ไม่ได้ไหว ใจของพวกเธอต่างหากที่สั่นไหว"

นิทานเรื่องนี้ ผมเคยคิดว่าผมเข้าใจ แต่จริง ๆ แล้ว

ผมเพิ่งรู้สึกว่าผมเข้าถึงมัน ไม่นานมานี้เอง

หรือที่จริงต้องพูดว่า เข้าถึงมากขึ้น เพราะอีกสิบปีอาจจะเข้าถึงมากกว่านี้

เขียนมาเท่านี้ หลายคนก็พอเดาออกว่าผมจะพูดเรื่องอะไร

เมื่อคืนนี้ ไปเห็นสิ่งที่เพื่อนคนหนึ่งเขียนเรื่องหนึ่งแล้วมีคนมาตอบ

คนที่มาตอบ ก็มีทั้งแดง ชมพู เหลือง ขาว เทา น้ำเงิน

วันนี้ผมจะไม่บอกว่าใครผิด ใครถูก

แต่จะบอกว่า ผมนั่งอ่านด้วยความเพลิดเพลิน

เพราะอ่านไปแล้วก็เห็นใจตัวเองกระเพื่อม ๆๆๆๆ

เวลาอ่านข้อความไหน แล้วไม่ตรงกับเรา โทสะความขัดใจก็เกิด

อ่านข้อความไหน เขียนถูกใจเรา ราคะความพอใจก็เกิด

อ่านจบแล้วอยากเขียนของเราบ้าง โลภะก็เกิด

เรื่องทั้งหลายในโลก ทั้งความปรองดอง ความขัดแย้ง

มันเริ่มต้นที่จิตใจของพวกเรานี่แหละ

ตอนผมไปประชุมที่ลิสบอน มีคนจากมอสโคว์มาคนนึงชื่อคุณนิโคไล

วันสุดท้ายเขาจัดไปเที่ยวสนามฟุตบอลเบนฟิก้า

อุณหภูมิตอนนั้นประมาณ 10 องศา เซลเซียส กำลังหนาวพอสั่น

ผมใส่เสื้อสองชั้น เอาเสื้อหนาวทับอีกที

แต่พ่อนิโคไล แกใส่เสื้อยืดตัวเดียว แล้วเอาโอเวอร์โค้ตทับหลวม ๆ

ไม่ติดกระดุมด้วยนะ เดินอาด ๆๆๆ ผมเลยทักแกว่า อากาศแบบนี้ชินแล้วสิ

แกตอบกลับมาว่า "ก็ไม่เชิงชินอ่ะ เพราะที่มอสโคว์มัน -10 แต่ที่นี่มัน 10 องศา"

เอางั้นเลยนะ พ่อคุณ

สำหรับเรานี่ 10 องศา เรียกว่าหนาว แต่สำหรับคนยุโรปตอนเหนือ เขาว่าอุ่น

ฉะนั้น เวลาพูดเรื่องการเมืองก็เหมือนกัน อย่าเอามาตรฐานเอาความคิดของเรา

ไปใช้วัดความคิด ความอ่านของคนอื่น

ไม่ได้ ว่าทำแบบนั้นผิดนะ แต่จะบอกว่า ทำแบบนั้น เราจะทุกข์เอง

อากาศร้อนหรือเย็นมันเรื่องหนึ่ง แต่ใจเราร้อนหรือเย็น ก็อีกเรื่อง



เพราะอย่างที่บอก จะเป็นธง หรือเป็นลม ที่สั่นไหว ก็ไม่สำคัญ


สำคัญที่ว่า ใจเรามันกระเพื่อมอยู่ เรามีสติรู้ทันใจตัวเองหรือยัง

ประสบการณ์แย่ ๆ บนรถตู้ เคยมีกันไหม

      เป็นข่าวครึกโครม และมีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ สำหรับกรณีคนขับรถตู้หื่น หลอกลวงผู้โดยสารไปข่มขืน ขณะที่บางรายก็ทำร้ายผู้โดยสารเพื่อขโมยทรัพย์สิน


เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นเกือบทุกวัน แต่อาจจะมีจำนวนน้อยครั้งมากที่จะเป็นข่าว หรือแจ้งความ เนื่องจากผู้โดยสารบางรายอาจจะอายไม่กล้าแจ้งความ หรือเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น รถตู้บางคัน อาจจะไม่ถึงกับทำร้าย หรือลงมือข่มขืนผู้โดยสาร แต่อาจจะเอาเปรียบผู้โดยสาร โดยไล่ลงรถกลางถนนบ้างล่ะ เก็บค่าโดยสารเกินราคา ไม่จอดป้ายรถเมล์ หรือพูดจากับผู้โดยสารไม่สุภาพ เป็นต้น

ว่าแต่เพื่อน ๆ ละคะ เคยนั่งรถตู้และเคยเจอเหตุการณ์แย่ ๆ ในการนั่งรถตู้กันบ้างไหมเอ่ย มาร่วมแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อน ๆ ได้ฟังกันดีกว่าค่ะ

มนต์เสน่ห์แหลมแท่น แสนมหัศจรรย์อาหารทะเล 2553



มนต์เสน่ห์แหลมแท่น แสนมหัศจรรย์อาหารทะเล 2553 (ททท.)



   เทศบาลเมืองแสนสุข จัด "มนต์เสน่ห์แหลมแท่น แสนมหัศจรรย์ อาหารทะเล ปี 2553" งานเทศกาลอาหารทะเลครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี ระหว่างวันที่ 27-28 สิงหาคม 2553 ณ บริเวณลานเอนกประสงค์แหลมแท่น ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ตลอด 2 วัน 2 คืน


โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ภายใต้คอนเซป ความสนุกสนาน ตื่นตา ตื่นใจ ไปกับปรากฎการณ์ความสด…สด…สด เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว การกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนได้ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ภายในงานจะพบกับกิจกรรมสนุกสนานมากมาย หลากหลายสีสัน ในบรรยากาศริมชายทะเล พร้อมอิ่มอร่อยไปกับอาหารทะเลจากร้านค้าชื่อดังกว่า 100 ร้าน และพบคอนเสิร์ตหลากหลายแนวจากศิลปินชื่อดังค่ายแกรมมี่ งานนี้เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลนครแสนสุข โทร. 0 3819 3520

เกาะนางยวน เสน่ห์ธรรมชาติ น้ำทะเลใสสีมรกต

   ในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือหากมีเวลาว่างเกิดอยากจะออกเดินทางท่องเที่ยวขึ้นมา และคุณก็เป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยว เราขอแนะนำให้รู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยว ที่จะทำให้คุณพบกับความร่มรื่นในใจ ความสดใสที่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติแสนสวย และที่นั่นคือ... เกาะนางยวน

"เกาะนางยวน" เป็นเกาะหนึ่งในจำนวน 100 เกาะของจังหวัดสุราษฏร์ธานี อยู่ปลายของเกาะเต่า มองเห็นเป็นเกาะเล็กๆ 3 เกาะซึ่งเชื่อมต่อด้วยหาดทรายสีขาว 3 สาย เสน่ห์ของเกาะนางยวนนั้น มาจากน้ำทะเลสีมรกตที่ใสจนมองเห็นตัวปลาตัวเล็กตัวน้อย เปลือกหอย และปะการัง ซึ่งอยู่ใต้น้ำอย่างชัดเจน ส่วนกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่คือ การดำน้ำดูปะการังปละปลาสวยงาม เล่นน้ำริมหาด จะว่าไปนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เลือกมาท่องเที่ยวและพักผ่อนที่นี่นั้น เหตุเพราะมีบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว อากาศสดชื่น ทั้งยังมีความเขียวขจีของเขาเล็กๆ 3 เขารายรอบ และความงามของท้องทะเลมาบรรจบกัน

สำหรับที่พักบนเกาะนางยวนนั้น ก็มีให้เลือกหลากหลายตามความชอบ ทั้งรีสอร์ทและบังกะโล ที่สร้างเล่นระดับได้อย่างสวยงามผสมกลมกลืนกับธรรมชาติอย่างที่สุด ทุกๆ หลังจะหันหน้าสู่ท้องทะเล ในมุมที่แตกต่างกัน สามารถนอนกินลมชมวิวที่สวยงามได้อย่างสบายๆ ในวันที่อากาศแสนดี


หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีใจรักธรรมชาติ หลงรักน้ำทะเล ชอบความเป็นส่วนตัว และต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง อย่าลืมมาพักผ่อนที่ "เกาะนางยวน" นะคะ

ข้อควรทราบเมื่อขึ้นเกาะนางยวน


เกาะนางยวน เป็นเกาะเอกชนที่เปิดรับนักท่องเที่ยวขึ้นเที่ยวเกาะ คิดค่าธรรมเนียมขึ้นเกาะ 30 บาท ห้ามน้ำขวดพลาสติก อาหาร กระป๋องเครื่องดื่มขึ้นเกาะ ห้ามเก็บเปลือกหอยหรือซากปะการัง ออกจากเกาะนางยวน ทั้งนี้ การดำน้ำที่เกาะนางยวนห้ามใช้ตีนกบเด็ดขาด

การเดินทางไปเกาะนางยวน

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเกาะนางยวนได้ โดยเช่าเรือหางยาวจากเกาะเต่ามาที่เกาะนางยวน (การเดินทางไปเกาะเต่าใช้ 2 เส้นทางคือ จากท่าเรือที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดชุมพร) ซึ่งจะใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากเกาะนางยวนอยู่ใกล้กับเกาะเต่ามาก ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สุราษฎร์ธานี โทร.0-7728-8818-9 และประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร.0-7728-3970

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง


ชมธรรมชาติเขียวขจีที่ ทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก (คู่หูเดินทาง)

  แม้หน้าฝนปีนี้จะมาช้ากว่าทุกปี แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทุ่งป่าเขียวขจีแห่งทุ่งแสลงหลวงลดน้อยความสวยงามไป คู่หูพาเที่ยวฉบับนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปที่ "อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง" พาขึ้นไปดูต้นสนสองใบและธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ ณ ทุ่งนางพญา

การเดินทางครั้งนี้มีความตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจอยู่ตลอดเวลา เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราทีมงานคู่หูเดินทางมาเที่ยวยังที่แห่งนี่ ที่สำคัญอากาศค่อนข้างครึมมีฝนตกตลอดเส้นทาง แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสทุกอย่างมีสองด้านเสมอ เพราะการที่ฝนตกทำให้ตลอดเส้นทางการเดินทาง เราจะได้เห็นหมอกลอยนวลขาวอยู่บนยอดเขาใกล้ไกลตลอดทาง โรแมนติกมาก ๆ ประทับใจสุด ๆ ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าจริง ๆ แล้วหน้าฝนก็มีความงดงามของธรรมชาติซุกซ่อนตัวอยู่เช่นกัน
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัด คือ ท้องที่อำเภอวังทอง อำเภอนครไทย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอเขาค้อ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ มีสภาพธรรมชาติ ทิวทัศน์ และลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแหล่ง เช่น ถ้ำ น้ำตก ทุ่งหญ้าโล่งใหญ่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด มีเนื้อที่ประมาณ 789,000 ไร่ หรือ 1,262.40 ตารางกิโลเมตร


สำหรับชื่อของ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง นี้ เป็นชื่อของทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ทางด้านทิศใต้ของอุทยานฯ ซึ่งอยู่ห่างจากที่ว่าการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงประมาณ 60 กิโลเมตร สันนิษฐานว่าชื่อทุ่งแสลงมาจากชื่อพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งในทุ่งหญ้าแห่งนี้ คือ ต้นแสลงใจ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ผลสุกสีแสด คาดว่าในสมัยก่อนมีต้นแสลงใจขนาดใหญ่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับสภาพภูมิประเทศเป็นเนินสูง ๆ ต่ำ ๆ มีป่าหลายชนิด และสัตว์ป่าชุกชุม จึงตั้งชื่อว่า "ทุ่งแสลงหลวง" ให้สมกับเป็นพื้นที่ที่รวบรวมความหลากหลายของธรรมชาติไว้

ภูมิประเทศมีลักษณะเป็นภูเขาคล้ายหลังเต่า เป็นเทือกเขาหินปูนทอดเป็นแนวยาว มีจุดสูงสุดคือ บริเวณเขาแค เป็นต้นน้ำลำธารหลายสาย เช่น ห้วยเข็กใหญ่ ห้วยเข็กน้อย ลำน้ำทุ้ม คลองชมภู และคลองวังทอง เป็นต้น ฤดูฝนอยู่ในระหว่างเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม และฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวเย็นมากเหมาะแก่การไปท่องเที่ยว พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ไม้สนสองใบ มะม่วงป่า ประดู่ และทุ่งหญ้าที่เป็นพื้นที่โล่งกว้างใหญ่มีสนและไม้ดอกขึ้นสลับกันอยู่


สามารถมากางเต็นท์ได้ ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ทุ่งนางพญา และ ทุ่งโนนสน แต่ 2 ที่หลังนี้ไม่มีบริการไฟฟ้าและห้องน้ำอยู่กันแบบธรรมชาติล้วน ๆ ซึ่งการเดินทางไปแต่ละจุดนั้นต้องใช้รถที่มีประสิทธิภาพสักหน่อย ยิ่งเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อยิ่งดี เพราะในช่วงหน้าฝนถนนค่อนข้างลื่นชัน กิจกรรมที่นิยมมากคือการขี่จักรยานเที่ยวชมธรรมชาติรอบ ๆ อุทยานฯ

ข่าวดีของคนสะโพกใหญ่

ข่าวดีของคนสะโพกใหญ่ (รักลูก)


โดย: สวพรรณ



คุณผู้หญิงคนไหนที่ไม่ชอบใจสะโพกทรงสะบึมของตัวเอง ลองฟังเรื่องดี ๆ ของการมีสะโพกใหญ่ดูก่อนค่ะ แล้วคุณจะเปลี่ยนใจ!

ดร.โรนัลด์ คาห์น จากวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ด ในเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา บอกว่าไขมันแต่ละที่ในตัวเราไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมด อย่างไขมันแถวหน้าท้องก็จะส่งผลให้เป็นโรคเบาหวานได้ง่ายขึ้น แต่สาว ๆ ที่มีไขมันบริเวณสะโพกกลับไม่ค่อยเป็นโรคนี้ค่ะ

ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะไขมันที่สะสมบริเวณสะโพกและก้น เป็นไขมันชนิดใต้ผิวหนังจะไปช่วยกระตุ้นอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้ทำงาน จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้

แหม! ไม่ใช่จะมาพูดกันลอย ๆ ให้สาวสะโพกใหญ่ดีใจกันเล่นนะคะ เรื่องนี้ ดร.คาห์นเขาพิสูจน์มาแล้วค่ะ โดยนำไขมันใต้ผิวหนังของหนู ไปฉีดเข้าบริเวณท้องและใต้ผิวหนังของหนูอีกตัวหนึ่ง ปรากฏว่าหนูพวกนี้มีน้ำหนักลดลง เซลล์ไขมันมีการหดตัว แถมยังเผาผลาญอาหารได้ดีอีกด้วย ทั้ง ๆ ที่ไม่มีการเปลี่ยนชนิดอาหารที่ให้กินหรือกิจกรรมอื่น ๆ ของหนูเลย



สำหรับนักวิจัย การพบครั้งนี้น่าจะนำไปสู่การผลิตยาตัวใหม่จากไขมันคนเราเอง แต่สำหรับสาว ๆ อย่างเรา การมีสะโพกใหญ่นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลุ้มเสมอไปหรอกค่ะ

เจาะลิ้น เสี่ยงฟันห่าง - เป็นฝีในสมอง

เรื่องนี้วัยรุ่นที่ชอบเจาะลิ้น ต้องฟังให้ดีค่ะ เพราะคุณอาจเสี่ยงเป็นฝีในสมองได้


โดย ศาสตราจารย์ ซอว์สัน แท็บบา ศาสตราจารย์ด้านทันตกรรมจัดฟัน มหาวิทยาลัยบัฟฟาโล สหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยว่า ผู้ที่นิยมเจาะลิ้นแล้วใส่ตุ้มโลหะไว้ที่ลิ้น อาจทำให้เกิดปัญหาฟันหน้าห่าง และบิ่นได้ เพราะมีแนวโน้มว่า คนที่เจาะลิ้นมักจะใช้ลิ้นเขี่ยตุ้มโลหะที่ประดับไว้ อย่างเช่นกรณีคนไข้รายหนึ่งต้องมาจัดฟัน เพื่อแก้ไขปัญหาฟันห่าง

นอกจากนี้ แถบโลหะที่ไปดันฟัน ยังอาจทำให้ลิ้นอักเสบ จนต้องเข้ารับการผ่าตัดเสริมสวยด้วย แต่ยิ่งกว่านั้น การเจาะลิ้นอาจทำให้เหงือกได้รับบาดเจ็บ จนเป็นเหงือกอักเสบ ติดเชื้อ แต่หากเลวร้ายที่สุด ก็อาจลุกลามกลายเป็นฝีในสมองได้เลยทีเดียว


รู้อย่างนี้แล้ว อย่าเสี่ยงทำตามแฟชั่นแบบนี้จะดีกว่า

ปัญหาที่พบบ่อย ในการเลี้ยงปลาทอง

ปลาทอง ดูเหมือนเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย และนิยมเลี้ยงกันเป็นวงกว้าง แต่การเลี้ยงปลาทองก็ไม่ใช่เรื่องกล้วย ๆ เสียทีเดียว เพราะมันขึ้นชื่อว่าสามารถตายได้ง่าย ๆ หากไม่ใส่ใจดูแลอย่างถูกวิธี ดังนั้น ลองมาดูกันว่า ปัญหาอะไรบ้างที่ส่งผลกระทบต่อเจ้าปลาทองบ้าง



อุณหภูมิของน้ำ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้เลี้ยงจะละเลยไม่ได้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกครั้ง เนื่องจากปลาทองส่วนใหญ่สามารถปรับตัวเข้ากับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงได้ไม่เกิน 5 องศาเซลเซียส ไม่เช่นนั้น ปลาอาจเกิดอาการช็อกน้ำได้ จึงต้องมีการปรับสมดุลของน้ำ



ปลาไม่ค่อยกินอาหาร มักเกิดกับปลาที่นำมาเลี้ยงใหม่ หรือการเปลี่ยนสถานที่ และสภาพแวดล้อม ปลาทองจึงต้องการการปรับตัวและจะต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวอย่างน้อย 1-2 วัน ปลาถึงจะยอมกินอาหาร


อาหารสดทำน้ำเน่า การให้อาหารสดยอดนิยมอย่าง หนอนแดงแช่แข็ง ไรทะเลหรือ อาร์ทีเมีย จะต้องสะอาดและดูแลเรื่องน้ำเป็นพิเศษหากให้อาหารสด เนื่องจากมีโอกาสทำให้น้ำเสียได้เร็วกว่าอาหารสำเร็จรูป ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุทำให้ปลาป่วยได้


ปลาโตช้า และสีสันจืดลง เป็นธรรมดาของปลาทองที่เลี้ยงในตู้ที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ดังนั้น การเจริญเติบโตอาจช้ากว่าปลาที่เลี้ยงในพื้นที่ที่กว้างกว่า นอกจากนี้ จำนวนของปลาก็เป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้ปลาโตเร็วหรือช้าด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องการเจริญเติบโตของปลาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างทั้งเรื่องของอาหารและสภาพแวดล้อมภายในตู้ด้วย


ของเสียในตู้ นำมาซึ่งโรค ปลาทองเป็นปลาที่กินอาหารเก่งและขับถ่ายของเสียออกมาเร็วมาก ดังนั้น หากมีจำนวนปลามากปริมาณของเสียก็จะมากตามไปด้วย โอกาสที่น้ำจะเป็นแหล่งสะสมสารพิษในรูปของแอมโมเนีย และไนไตรท์ ก็ยิ่งมีมากขึ้นไปด้วย และแน่นอนมันส่งผลต่อสุขภาพของเจ้าปลาทองโดยตรง

ท่าทางแบบนี้...น้องตูบคิดอะไรอยู่นะ ???

ท่าทางแบบนี้...น้องตูบคิดอะไรอยู่นะ ??? (Dogazine)



คอลัมน์ Quiz Show โดย ศิริวรรณ

   คุณรู้ไหมว่า ท่าทางอากัปกิริยาต่าง ๆ ของน้องตูบสามารถสื่อความรู้สึก ณ เวลานั้นออกมาได้ เรามาลองทำแบบทดสอบสนุก ๆ กันดีกว่า ลองทายกันสิว่า อาการแบบนี้น้องตูบ กำลังคิดอะไรอยู่

1. น้องตูบหูชี้ตั้ง นัยน์ตาเบิกกว้าง ริมฝีปากฉีกยาวไปด้านหลัง อาการแบบนี้น้องตูบกำลังอยู่ในอารมณ์ใด

A. น้องตูบยิ้มดีใจที่เจ้านายกำลังจะพาออกไปเที่ยว

B. น้องตูบยิ้ม เพราะอยูในสภาวะที่ปราศจากความตึงเครียด

2. น้องตูบทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ริมฝีปากเป็นสันนูน มุมปากฉีกไปด้านหลังจนสุด นัยน์ตาเบิกกว้าง ใบหูชี้ไปด้านหลัง อาการแบบนี้น้องตูบกำลังอยู่ในอารมณ์เช่นไร

A. อย่าเข้าไปใกล้เลยเชียวนะ เพราะน้องตูบกำลังแสดงออกถึงความเครียด

B. อารมณ์นี้เป็นอาการของน้องตูบที่กำลังใจจดใจจ่อกับการรอคอยเจ้านาย

3. น้องตูบนอนหลับแนบชิดติดกันแบบผ่อนคลายสบาย ๆ ลองเดาดูสิว่าภาพนี้น้องตูบกำลังแสดงออกถึงอาการใด

A. น้องตูบกำลังเหนื่อยล้าและง่วงมาก จึงยอมนอนแบบล่วงล้ำอาณาเขตซึ่งกันและกัน

B. น้องตูบกำลังแสดงออกถึงมิตรภาพและการมีส่วนร่วม ซึ่งอยู่ในสภาวะอารมณ์เป็นปกติ ไม่ตึงเครียด

4. น้องตูบอ้าปากกว้าง หาว อาการแบบนี้ เขาอยากจะบอกอะไรคุณกันแน่นะ

A. หาวแบบนี้ ใคร ๆ ก็รู้ว่า ผมกำลังง่วงนอนแล้วครับเจ้านาย

B. เจ้านายครับ...ผมกำลังสับสนและผิดหวัง

5. น้องตูบนอนหงายท้องแบบสบายอารมณ์ แต่ไม่ยอมสบตากัน ท่าทางแบบนี้ บ่งบอกว่า น้องตูบกำลังคิดอะไรอยู่หนอ

A. น้องตูบกำลังอยู่ในอารมณ์ที่ผ่อนคลายแสดงออกถึงการอ่อนน้อมต่อสุนัขอีกตัว ท่าทางการนอนที่แสดงออกหมายถึงการชวนมาเล่นด้วยกัน

B. น้องตูบกำลังวิตกและกลัว จึงแกล้งนอนเพื่อให้สุนัขอีกตัวรู้ว่า หนูยอมแพ้แล้วจ้า

ร่วมยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง คุณเองก็ทำได้

ร่วมยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง คุณเองก็ทำได้


       คุณต้องมีความเชื่อก่อนว่าทุกคนมีสิทธิที่จะมีชีวิตโดยปราศจากความรุนแรงในทุกรูปแบบ และปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ มีความเข้าใจที่ถูกต้องต่อเรื่องความรุนแรงที่กระทำต่อผู้หญิง ไม่มองว่าเป็นความผิดของฝ่ายหญิงที่ถูกกระทำ ไม่เพิกเฉยเมื่อพบการทำร้ายผู้หญิง ควรรีบให้ความช่วยเหลือตามกำลังความสามารถ เช่น โทรศัพท์แจ้งตำรวจ การให้ที่พักพิงชั่วคราว เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเผยแพร่และให้ข้อมูลเรื่องความรุนแรงที่กระทำต่อผู้หญิงและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนรอบข้างคุณ เป็นตัวอย่างของการละเลิก ไม่มีพฤติกรรมที่นำไปสู่ความรุนแรงต่อผู้หญิงให้กับลูกหลานหรือบุคคลใกล้ชิด เช่น ไม่ทำร้ายภรรยา ปฏิเสธสื่อลามกทุกรูปแบบ ไม่นอกใจคู่ครอง มีท่าทีเป็นเพื่อนที่ดี ให้กำลังใจและความเข้าใจต่อผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรง เป็นเพื่อนให้คำปรึกษา แนะนำแหล่งข้อมูลหรือหน่วยงานให้ความช่วยเหลือ และรักษาความลับของหญิงที่เดือดร้อน สนับสนุนหน่วยงานที่ทำงานด้านการยุติความรุนแรงหรือช่วยเหลือผู้หญิงโดยการบริจาคเงิน เข้าร่วมการรณรงค์ต่าง ๆ

ครอบครัว

       อบรม เลี้ยงดูและปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมทั้งลูกหญิงและลูกชายให้เท่าเทียมกัน เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ใช้การอบรมสั่งสอนลูกแบบสองมาตรฐาน เช่น การสอนให้ลูกผู้หญิงต้องรับผิดชอบงานบ้าน ขณะที่ลูกผู้ชายไม่ต้องรับผิดชอบอะไร พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดีงามของการมีความรัก เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ยอมรับและให้ความสำคัญของบทบาทซึ่งกันและกัน หันหน้าเข้าหากัน พูดคุยปรึกษาหาทางออกอย่างสันติ เมื่อมีปัญหาครอบครัวเกิดขึ้น เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกหลานเห็นถึงบทบาทที่ดีของหญิงชาย เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกหลานเห็นถึงการไม่เสพสิ่งมึนเมา เช่น สุรา ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความรุนแรง

ชุมชน

      ช่วยกันสอดส่องดูแลไม่ให้เกิดการใช้ความรุนแรงภายในชุมชน มีการเอาใจใส่กันในชุมชน พบว่าชุมชนที่ไม่มีใครรู้จักกันเลย ความรุนแรงจะเกิดได้มาก สร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในชุมชน เพราะความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชนจะนำไปสู่การสร้างระบบเฝ้าระวังการป้องกัน ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้ มีความเข้าใจถึงปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กอย่างรอบด้านและไม่มีอคติทางเพศ สร้างชุมชนที่ปลอดจากการดื่มสุราและสิ่งเสพติดอื่น ๆ อันจะเป็นการช่วยลดปัญหาความรุนแรง

สังคม

      ติดตามตรวจสอบการทำงานของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิง สร้างความตระหนักว่าเรื่องความรุนแรงที่กระทำต่อผู้หญิงไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา แต่เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องเข้ามาร่วมแก้ไข

เครื่องบินพลังแดด

เครื่องบินพลังแดด (ไทยโพสต์)



อากาศยานพลังสุริยะของอังกฤษชื่อเพลิงสมุทร หรือ Zephyr กำลังจะบินทดสอบในค่ายทหารที่สหรัฐเพื่อทดลองความทนทาน ด้วยการบินไม่หยุดทั้งกลางวันกลางคืนเป็นเวลา 2 สัปดาห์


เครื่องบินไร้ คนขับลำนี้พัฒนาโดยบริษัท ไคเนติก ของอังกฤษ เคยบินต่อเนื่องเป็นเวลา 83 ชั่วโมงมาแล้ว แต่หากการทดสอบที่จะมีขึ้นครั้งล่าสุดนี้ประสบผลสำเร็จ ก็จะเป็นการพิสูจน์ว่าเครื่องบินหุ่นยนต์ที่อาศัยพลังงานจากแสงอาทิตย์ไม่ ได้เป็นเพียงแนวคิดอีกต่อไป

อากาศยานแบบนี้มีประโยชน์ในหลายด้าน กองทัพจะใช้ในงานการเฝ้าตรวจพื้นที่และการสื่อสาร ขณะที่วงการวิทยาศาสตร์จะสามารถนำไปใช้ในงานสำรวจต่างๆ ได้มากมาย

“มันจะมีคุณูปการอย่างมากทั้งในกิจการทหารและพลเรือน” จอห์น ซอลต์มาร์ช ผู้จัดการโครงการซีไฟร์แห่งไคเนติก บอก “เราสามารถให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 2 เดือน”

ในตอนกลางวัน ซีไฟร์จะใช้แผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งบนปีกในการเติมประจุไฟฟ้าเข้าสู่ แบตเตอรี่ชนิดลิเธียม-ซัลเฟอร์ เพื่อหมุนใบพัด 2 ชุด

ส่วนในตอนกลางคืน พลังงานที่เก็บไว้ในแบตเตอรี่จะเป็นตัวขับเคลื่อนระบบให้ซีไฟร์สามารถบินได้อย่างต่อเนื่อง

การทดสอบจะมีขึ้นที่ค่ายยูมาของกองทัพบกสหรัฐในมลรัฐแอริโซนา ซึ่งไคเนติกได้ทำสถิติการบินอย่างไม่เป็นทางการไว้ที่ 82 ชั่วโมงกับ 37 นาทีเมื่อปี 2551

ซีไฟร์เวอร์ชั่นล่าสุดนี้มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้า ราว 50% โดยเครื่องรุ่นใหม่นี้มีวงปีกกว้าง 22.5 เมตร และมีการออกแบบปลายปีกและส่วนหางให้สามารถบินในอากาศได้ดีขึ้น รวมทั้งมีการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับการบิน และระบบจัดการพลังงานบนเครื่องให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ซีไฟร์ซึ่งมี น้ำหนัก 50 กิโลกรัมจะไต่เพดานบินขึ้นไปที่ 40,000 ฟุตในวันแรก และหลังจากนั้นจะพยายามรักษาระดับความสูงไว้ที่ 60,000 ฟุต

เครื่องบิน ไร้คนขับที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์มีข้อดีหลายอย่างเมื่อเทียบกับวัตถุ บินอย่างอื่น ตรงที่มันสามารถบินวนเหนือพื้นที่ที่ต้องการเฝ้าตรวจได้เป็นเวลานาน ขณะที่ดาวเทียมต้องบินผ่านไปในเวลาอันรวดเร็ว และอากาศยานไร้คนขับขนาดใหญ่ต้องบินกลับไปยังฐานเป็นระยะๆ เพื่อเติมเชื้อเพลิง

การป้องกันการปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ และวิ่งราวทรัพย์ ตามสถานที่ประกอบการค้า หรือที่พักอาศัย

การป้องกันการปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ และวิ่งราวทรัพย์ ตามสถานที่ประกอบการค้า หรือที่พักอาศัย (ThaiTAS.com)

เพื่อเป็นการป้องกันในทรัพย์ที่ติดตัวไปกับท่านในที่ต่าง ๆ ขอให้ระมัดระวังตัวท่านเอง โดย
1. การติดสัญญาณแจ้งภัยไว้หลาย ๆ แห่ง เพื่อให้ผู้อื่นหรือเพื่อนบ้านใกล้เคียงทราบกำหนดสัญญาณ ควรตีเกราะขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุร้าย และแจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

2. การจ้างคนงาน คนรับใช้ หรือพนักงานควรมีสำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรประจำตัวต่าง ๆ ถ่ายรูปและรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว ญาติพี่น้อง เพื่อทราบที่อยู่ความเป็นมา อาชีพดั้งเดิม ความประพฤติตลอดจนญาติพี่น้อง หรือคนรู้จักเพื่อสามารถติดต่อในภายหลัง หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อทำการตรวจสอบประวัติก็ให้ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่

3. เครื่องประดับที่มีไว้แต่งตัว หรือไว้เพื่อค้าขาย ถ้าเป็นไปได้ควรจดรายละเอียดตำหนิรูปพรรณ ลักษณะพิเศษ ราคา และถ่ายรูปเก็บไว้

4. ไม่ควรติดกลอนประตู หน้าต่าง ด้านนอก เพราะคนร้ายจะใช้เป็นห้องขังได้เป็นอย่างดี

5. ระมัดระวังคนแปลกหน้าที่มาเดินวนเวียนไปมาหลายครั้ง หรือมีท่าทางพิรุธน่าสงสัย ควรรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

6. ไม่ควรอยู่ทำการค้า หรือธุรกิจในห้างร้าน บริษัท เพียงคนเดียว เมื่อหยิบสินค้าหรือสิ่งของจากหลังร้านชั้นบน หรือที่เก็บของ ควรมีผู้อยู่ดูแลหน้าร้าน หรืออยู่กับลูกค้าเสมอ และควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อมีลูกค้าเข้ามาในร้านคราวละมาก ๆ

7. ควรผูกมิตรกับเพื่อนบ้านใกล้เคียง เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาและให้ความช่วยเหลือแก่กัน และกัน

8. ไม่ควรเก็บเงินสนจำนวนมาก หรือทรัพย์สินที่มีค่าไว้ในสถานที่ประกอบการค้า

9. การเปิด-ปิดสถานที่ประกอบการค้า ไม่ควรเปิดแต่เช้าตรู่ หรือยังมืดอยู่ และไม่ควรปิดจนค่ำหรือดึกเกินไป

10. ขณะที่จะปิดหรือกำลังจะปิดสถานประกอบการ หากมีคนแปลกหน้ามาติดต่อการค้าหรือธุรกิจต่าง ๆ ควรพิจารณาและระมัดระวังอาจจะเป็นคนร้าย ถ้าเป็นไปได้ควรรีบปฏิเสธในทุกเรื่อง โดยอ้างว่าปิดทำการแล้ว

11. พยายามจดจำตำหนิรูปพรรณคนที่เข้ามาติดต่อ หากเป็นคนร้ายแล้วก่อเหตุขึ้นจะได้แจ้งรายละเอียดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ เพื่อเป็นประโยชน์ในการจับกุม

12. ไม่ควรมีแต่เพียงเด็ก หรือสตรีเท่านั้นอยู่เฝ้าดูแลสถานประกอบการหรือที่พักอาศัย

13. ควรสำรวจประตู หน้าต่าง ช่องระบายอากาศ ของสถานประกอบการค้า หรือที่พักอาศัยให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง การปิดทุกครั้งต้องใส่กลอน ใส่กุญแจอย่างแน่นหนาทุกครั้ง

14. ไม่ควรนำสินค้าหรือเครื่องประดับที่มีราคาแพง ๆ ออกมาให้ลูกค้าเลือกหลาย ๆ แบบ หลาย ๆ ชนิดในคราวเดียวกัน การจัดสถานประกอบการค้า ควรให้สามารถมองเห็นได้จากภายนอก

15. เมื่อเกิดเหตุพยายามสงบสติอารมณ์ แล้วจดจำตำหนิรูปพรรณของคนร้าย การแต่งกาย อาวุธ พาหนะ เส้นทางหลบหนี

16. เมื่อเกิดเหตุควรช่วยรักษาสถานที่เกิดเหตุ จนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางมาถึง

17. อย่าพยายามจับคนร้ายโดยลำพังด้วยตนเอง เมื่อคนร้ายก่อเหตุให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

18. ในหมู่บ้านควรจัดเป็นคอกรวมและมีเวรยามดูแลรักษาตลอดคืน

19. กรณีที่มีการซื้อขาย พืชผลทางการเกษตรหรือสัตว์ที่มีมูลค่าสูงไม่ควรเก็บเงินสดไว้ที่บ้านควรใช้บริการของธนาคาร

20. การเบิกจ่ายเงินเดือนของหน่วยราชการ และบริษัทห้างร้านควรเบิกจ่ายให้กับธนาคารในท้องที่ หากไม่มีควรขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเบิกเงิน และไม่ควรเดินทางในเวลากลางคืน

5 วิธี กินยังไงให้ตังค์เหลือใช้ ได้สุขภาพ ^^

5 วิธี กินยังไงให้ตังค์เหลือใช้ ได้สุขภาพ (Woman Plus)


เรื่อง : ณฐอร, วัชรพร

     การกินถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เรากินเข้าไป ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งสิ้น แต่จะเป็นไปในทางที่ดีหรือร้ายนั้น อันนี้ก็ขึ้นกับเราว่าเราจะเลือกอะไรให้กับตัวเอง ที่สำคัญคือไม่ใช่ว่าอาหารแพงจะมีประโยชน์เสมอไป อาหารถูก ๆ ที่พบเห็นกันทั่วไปก็มีประโยชน์ได้เหมือนกัน เพียงแต่มันต้องมีวิธีการเลือกเท่านั้นค่ะ

1. เลือกกินอาหารให้ครบห้าหมู่ และกินให้พอเหมาะพอดี

    ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า จะให้คุณสาว ๆ นั่งคำนวณออกมาเป็นแคลอรีกัน เพราะมันคงเสียเวลา และน่าจะเสียสุขภาพจิตกันขึ้นไปอีก แต่สำหรับใครที่ทำได้ อันนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี WP ขอยกนิ้วให้ แต่สำหรับสาว ๆ ทั่วไปที่ไม่มีเวลามากขนาดนั้น ก็เพียงแค่ในแต่ละวันเลือกอาหารจากร้านค้าที่สะอาด เลือกเมนูที่มีสารอาหารครบทั้งห้าหมู่ ที่สำคัญคือไม่กินจนเกินอิ่ม เพราะอาจทำให้อ้วนจนต้องหาวิธีลดน้ำหนักกันวุ่นวายขึ้นไปอีกค่ะ

2. ผักสวนครัวรั้วกินได้

    ผักที่เราปลูกกินเอง นอกจากจะได้ประโยชน์จากตัวของมันแล้ว ยังมั่นใจได้ว่าสะอาดปราศจากยาฆ่าแมลงอีกด้วย แถมถ้าสาว ๆ คนไหนมีพื้นที่มากหน่อย ก็สามารถเอาไปขายเพื่อเป็นรายได้เสริมอีกด้วยค่ะ
3. ทำกินเอง อร่อย ประหยัด ถูกหลักอนามัย

    ฝีมือใครก็ไม่อร่อยเท่าฝีมือตัวเอง เพราะเราสามารถเสกสรรค์ความอร่อยตามแบบฉบับที่เราต้องการ ที่สำคัญเรายังมั่นใจได้ว่า อาหารของเรานั้นทำจากวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ แถมทำครั้งหนึ่งยังกินได้หลายมื้ออีกต่างหากค่ะ

4. สั่งอาหารเป็นกองกลางแล้วหารเท่ากัน

     อันนี้สำหรับคนที่มีเพื่อนเยอะ โดยสั่งข้าวเป็นโถ ส่วนกับข้าวให้สั่งมารวมกัน ซึ่งนอกจากจะประหยัดกว่าแล้ว ยังได้กินอาหารที่หลากหลายอีกด้วยค่ะ แล้วอย่าลืมสั่งให้ครบ 5 หมู่ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณสาว ๆ ด้วยนะคะ

5. พกคูปองส่วนลดติดกระเป๋า

    เวลาไปไหนมาไหน มักจะได้รับคูปองส่วนลดจากร้านอาหารต่าง ๆ มากมาย ทางที่ดีควรพกติดตัวไว้ เพราะเวลาหิวจะได้หยิบมาใช้ให้ท้องอิ่ม แถมกระเป๋าตังค์ยิ้มเพราะไม่ต้องเสีย เงินเยอะอีกด้วยค่ะ เมื่อเงินเหลือใช้ อะไร ๆ ก็จะดีตามไปด้วยค่ะ

สุดยอด 5 อาหารบำรุงผิว

         ยุคนี้กระแส Anti-aging medicine กำลังมาแรงทั่วโลก ผิวพรรณดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ไม่ว่าสาวเล็ก สาวใหญ่ ก็ล้วนปรารถนาผิวพรรณที่ผุดผ่องกันทั้งนั้น ครั้นจะพึ่งพาแต่เครื่องประทินผิวภายนอกอย่างเดียวก็คงจะไม่เพียงพอ เพราะผิวพรรณที่ดีต้องออกมาจากภายใน วันนี้เราได้รวบรวมและประมวลสุดยอด 5 อาหารบำรุงผิวมาฝากคุณสาว ๆ กันด้วยค่ะ


1. เนื้อปลาแซลมอน

อาหารที่เราคุ้นเคยกันดี ที่นอกจากจะมีโปรตีนช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ของร่างกายที่เสื่อมโทรมสูงแล้ว เนื้อปลาบางชนิดที่มีไขมันมาก เช่น ปลาแซลมอน ก็อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา 3 ที่ช่วยเพิ่มความต้านทานให้กับชั้นปกป้องผิว ที่เป็นชั้นเก็บกักความชุ่มชื้นและป้องกันการแพ้


    นอกจากนี้เนื้อปลายังอุดมไปด้วยวิตามินดี ที่ช่วยปกป้องผิวไม่ให้เกิดความเสียหายจากมลภาวะรอบตัว และมีสารซีลีเนียม (Selenium) ที่ทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความชรา และความเสื่อมของร่างกายค่ะ


2. น้ำมันมะกอก


ถึงแม้น้ำมันมะกอกจะเป็นน้ำมันจากพืชที่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีแคลอรี่สูงก็จริง แต่ก็มีข้อดีคือ มีกรดไขมันชั้นดี ที่เป็นตัวควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และที่สำคัญในน้ำมันมะกอกอุดม ด้วยวิตามินเอและวิตามินอี ที่ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ ทำให้ผิวดูอ่อนวัย มีความชุ่มชื้นและเนียนนุ่ม


3. บร็อกโคลี


ผักสีเขียวที่เป็นแหล่งของวิตามินเอและซี โดยที่วิตามินเอมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยในเรื่องการป้องกันการเสื่อมอายุของผิวหนัง ซ่อมแซมผิวหนังที่เสียไป และยังมีความสำคัญต่อกระบวนการเติบโตของผิวหนังให้มีการทำงานอย่างปกติ ช่วยให้ผิวหนังไม่แห้ง และยังสดใสเปล่งปลั่งอยู่เสมอ




     ส่วนวิตามินซีเป็นสารอาหารสำคัญในการช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง มีความยืดหยุ่น และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายรวมถึงผิวหนังของเราด้วย


4. ถั่วลิสง ถั่ววอลนัต และอัลมอนต์


ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสง ถั่ววอลนัต หรืออัลมอนด์ ล้วนมีวิตามินบีสูง ซึ่งวิตามินบีมีความสำคัญต่อสุขภาพผิวหนังมาก เพราะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดทำให้ผิวหนังไม่ซีด ทั้งยังเพิ่มภูมิต้านทานต่อการเสื่อมสลายของเซลล์ผิว นอกจากนั้นการกินถั่วสัก 1 กำมือต่อวัน ยังช่วยเพิ่มระดับวิตามินอี ที่เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญต่อผิวหนังของเรา ถั่วจึงดีต่อทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่ผิวแห้งค่ะ


5. น้ำสะอาด


เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำ ลองดื่มน้ำเปล่าสะอาด ๆ เนี่ยล่ะค่ะให้ได้วันละ 2 ลิตร ติดต่อกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำบริสุทธิ์ในปริมาณที่ต้องการ และคุณจะสังเกตเห็นความแตกต่างของผิวพรรณ เพราะการดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่งชุ่มชื้นอย่างเห็นได้ชัด


      นอกจากเรื่องอาหารการกินที่ต้องดูแลแล้ว ก็ต้องไม่ลืมออกกำลังกาย ทำอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอ และพักผ่อนให้เพียง เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดในร่างกายดี ส่งผลให้ผิวพรรณก็จะเปล่งปลั่งไปในตัวค่ะ